แง่คิดดีดีจากหนัง The Bandage club เยียวยาหัวใจ

The Bandage Club – เยียวยาหัวใจ

ชลนิล

“บทความนี้มีการเฉยลเนื้อหาที่อาจจะทำให้ผู้อ่านเสียอรรถรสในการชมภาพยนตร์”

movie11

ถ้าคุณเคยอกหัก มีความหลังเจ็บปวดที่ลบไม่หาย หรือมีแผลในใจที่คิดว่าไม่มีวันจาง ขอให้บอกกับพวกเขา ชาวชมรมผ้าพันแผล (The Bandage Club) รับรอง… แผลใจทุกชนิดของคุณ จะได้รับการเยียวยาอย่างดี ไม่มีใครไม่รู้จักความทุกข์ ไม่มีใครไม่เคยเจอเรื่องเจ็บปวด ต่างกันที่…แต่ละคนจะ เลือกวิธีเดินผ่านความทุกข์นั้นอย่างไร? ใครที่ก้าวข้ามมันได้ ย่อมเติบโตขึ้น จิตใจเพิ่มความแข็งแรง แต่ถ้าใครยังยึดติด ฝังความทรงจำไว้กับเรื่องเลวร้าย ความเจ็บปวดเก่า ๆ ก็คงยากที่จะพ้นจากตรวนน้ำตา ที่เขานำมาผูกมัดตนเอง อิเคโนะ ทัตซึยะ หรือ “ดีโน่” ทุกข์เพราะย้ำคิด ย้ำโทษตนเอง ว่าทำให้เพื่อนต้อง รับเคราะห์แทน จนเป็นอัมพาต ยามางิโมโตะ กิโม่ ทุกข์จากบาดแผล ความเจ็บปวดในวัยเยาว์ ที่ฝังลึกยากจะลืมเลือน คิบะ วาระ ทุกข์เพราะครอบครัวแตกแยก พ่อแม่หย่ากัน โทษตัวเองว่าเป็นเด็กไม่ดี จึงถูกพ่อทอดทิ้ง ทันซาว่า ชิโอะ ทุกข์จากความรัก อกหักซ้ำซาก ริตสึกิ ทุกข์เพราะครอบครัวมีปัญหา พ่อตกงาน ตัวเองไม่ได้เรียนต่อ ต้องหางานทำ เท็มโป้ ทุกข์เพราะคิดมาก กดดันตัวเองให้ดีเสมอ จนอิจฉาความสุขของเพื่อน ๆ พวกเขาเริ่มรวมตัวกันเมื่อดีโน่คิดไอเดีย นำผ้าพันแผลไปพันไว้ยังสถานที่ ๆ เกิด ความเจ็บปวด ให้เป็นเสมือนการช่วยห้ามเลือดแก่หัวใจคนที่มีบาดแผล มันดูเหมือนของเด็กเล่น…เหมือนการเสแสร้ง…แต่ก็ทำให้หัวใจของคนที่ได้รับการ เยียวยาเช่นนี้รู้สึกดีขึ้นได้จริง ชมรมผ้าพันแผลจึงเกิดขึ้น พวกเขาช่วยกันทำเว็บไซต์ขึ้นมา และเปิดโอกาสให้คน ทั่วไปโพสต์ข้อความเข้ามาขอความช่วยเหลือ จากนั้นพวกเขาจะนำผ้าพันแผลไป พันให้ยังสถานที่ ๆ เคยมีความทุกข์ใจของคน ๆ นั้น แล้วก็ถ่ายรูปส่งไปให้ดูทางเมล

movie21

มันได้ผลตอบรับดีเกินคาด มีคนมากมาย ส่งข้อความเข้ามาขอให้พวกเขาช่วยไป พันแผลยังสถานที่ต่าง ๆ… พวกเขาไปพันแผลที่โกลฟุตบอล ให้กับเด็กที่รู้สึกผิดที่ทำให้ทีมแพ้ พวกเขาไปพันแผลที่หน้าร้านตัดผม ให้กับความเจ็บใจของลูกค้าคนหนึ่ง ที่ถูกช่าง ตัดผมบอกว่าเธอไม่สวย พวกเขาไปพันแผลที่หน้าบันไดโรงเรียนเก่า ให้กับเพื่อนรักที่หมางเมินกันมาเป็นสิบ ๆ ปี และพวกเขายังช่วยกันพันแผล พร้อมกับเผาซากสิ่งของ ที่เป็นตัวแทนความทรงจำอันเจ็บปวด ให้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกข่มขืน ฯลฯ สิ่งที่พวกเขาทำเหล่านี้ อาจดูไร้สาระ ไม่มีเหตุผลสำหรับบางคน ถึงขนาดมีคนปรามาสว่า… “ถ้าจิตใจคนเรา เยียวยาได้ด้วยอะไรโง่ ๆ แบบนี้…ชีวิตมันคงง่ายดายไปแล้ว” คนพูดไม่เข้าใจหรอกว่า…ชีวิตคนเราแท้จริงนั้นง่ายดาย…ความทุกข์ที่ดูหนักหนาสาหัสนั้น… ล้วนเป็นเพราะคนเราสร้างมันขึ้นมาเอง ความน่ากลัวที่สุดของความทุกข์ก็คือ…เราไม่รู้ว่า ตนเองคือเครื่องมือผลิตทุกข์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด! การที่ชาวชมรมผ้าพันแผล ช่วยรักษาทุกข์ของผู้อื่นด้วยการนำผ้าไปพันไว้ยังสถานที่ ๆ เกิดความเจ็บปวด แล้วถ่ายรูปส่งมาให้ดูนั้น มันก็ไม่ต่างจากการใช้อุบายแก้ทุกข์อย่างหนึ่ง

movie31

มันเหมือนเป็นการช่วยซับเลือดในใจของผู้คนด้วยจิตใจอันอ่อนโยน พวกเขาเชื่อว่า หากทุกคน สามารถสัมผัสความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ โลกคงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แน่นอน…มันย่อมเปลี่ยน…เริ่มจากเปลี่ยนแปลงในใจของตัวพวกเขาเอง สองหนุ่ม สี่สาวแห่งชมรมผ้าพันแผลยังเป็นวัยรุ่น และก็มีความทุกข์ใจ มีเรื่องราวใน อดีตที่ไม่สามารถสลัดหลุดได้เช่นกัน…แต่เมื่อพวกเขาได้มาช่วยคนอื่นแบบนี้ จิตใจพวกเขา ก็เริ่มเปลี่ยน ความทุกข์ ความปวดใจไม่ได้ฝังแน่นอย่างเคยอีกต่อไปแล้ว โดยไม่รู้สึกตัว… เมื่อพวกเขาเอาผ้าพันแผลไปผูกตามคำร้องขอ มันทำให้ได้รู้ว่า ผู้คนล้วนมี ความทุกข์มากมายเหลือเกิน แต่คนเหล่านั้นก็ยังพยายามดิ้นรน เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป… ไม่มีความทุกข์ใด หนักหนาที่สุด จนไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้ สิ่งที่พวกเขากระทำกันทั้งหมดนั้น แท้จริงก็คือการให้กำลังใจอย่างหนึ่ง…เป็นการให้กำลังใจ ด้วยความเข้าใจ จิตใจคนกำลังเจ็บปวด พวกเขาพยายามเข้าใจความเจ็บปวดของคนอื่น ด้วยจิตใจอ่อนโยน เมตตา ไม่คำนึง สนใจถึง ความทุกข์ของตนเอง…

movie42

ท้ายที่สุดแล้ว…ด้วยจิตใจเช่นนั้น พวกเขาก็สามารถมองเห็นความทุกข์ในใจตน ว่าเป็นแค่อะไร บางอย่างที่ไม่เที่ยงทน…และมันไม่ได้ฝังตรึง ชนิดถอนไม่ออกอย่างเคย…มันเปลี่ยนแปลง มันหลุดถอนได้ ด้วยตัวของมัน โดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย… จิตวิญญาณของพวกเขาเติบโตขึ้น เมื่อได้มองเห็นความจริงแห่งทุกข์ …จิตใจที่คิดจะช่วยเยียวยา รักษาบาดแผลแก่ผู้อื่นนั้น สุดท้าย มันก็ได้กลับมาเยียวยา รักษาใจตนเองเช่นกัน… —–ชลนิล—– รูปภาพประกอบจาก http://movie.mthai.com/view/16/25928-bandage_club.movie http://kumponn.multiply.com/reviews/item/29 http://www.thiswomen.com/Movie/Bandage-Club-id377.aspx http://lunapark6.com/wp-content/uploads/2007/12/bandageclub-h21.jpg http://lunapark6.com/wp-content/uploads/2007/12/bandageclub-h7.jpg

ขอบคุณ บทความดีดีจาก fungdham.com ครับ
Advertisements

15 Responses so far »

  1. 1

    บุณยวีร์ บุญภักดี 4/1 said,

    ถ้าจิตใจคนเรา เยียวยาได้ด้วยอะไรโง่ ๆ แบบนี้…ชีวิตมันคงง่ายดายไปแล้ว

    ใช้จิตใจที่เข้มแข็งของตัวเองเยียวยาจิตใจที่อ่อนแอของตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุด

  2. 2

    _ __ เจ น ; )) class . 402 No. 46 ค้ะ said,

    บางครั้ง จิตใจคนเรา อาจไม่ต้องการอะไรมากมาย

    มากกว่าผู้คนที่คอยเข้าใจ รับรู้เรื่องราว และช่วยแบ่งเบาความทุกข์ และความเจ็บปวดของเรา

    ” ความทุกข์ที่ดูหนักหนาสาหัสนั้น… ล้วนเป็นเพราะคนเราสร้างมันขึ้นมาเอง ”

    กราบนมัสการลา เจ้าค่ะ พระอาจารย์ : ))

  3. 3

    = พอลอออยอ : )) 402 No.20 said,

    จะทุกข์หรือจะสุขอยู่ที่ใจเราเอง เราสามารถกำหนดเองได้

    เราไม่ควรจมปลักอยู่กับความทุกข์ความทรมาน หรือความทรงจำร้ายๆที่เกิดขึ้นกับเรา

    อดีตคือสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว แม้เราจะลืมไม่ได้แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเก็บต้องจำเอาไว้ทั้งหมด

    เราสามารถเลือกจำไว้ให้มันเป็นเพียงบทเรียนของชีวิต เอาไว้คอยเตือนตัวเองในปัจจุบันและ

    อนาคตข้างหน้าเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมซ้ำอีก

    และเราควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักแบ่งปันและห่วงใยผู้อื่น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม

    เมื่อเจอปัญหาหรือเจอความทุกข์ต่างๆ เราก็ไม่ควรยอมแพ้ท้อแท้ง่ายๆ ควรอดทนและสู้ต่อไป

    เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะหาทางออกนั้นเจอหรือไม่

    ในโลกนี้มีคนเป็นล้านๆคน แต่ละคนก็ย่อมมีความทุกข์ มีปัญหา มีเรื่องเศร้า ดังนั้นเมื่อเวลาที่เรามี

    เรื่องทุกข์ใจก็ควรจะบอกตัวเองไว้ว่า บนโลกนี้ยังมีคนที่ทุกข์กว่าเราอีกมากมาย เรายังโชคดีกว่า

    เขา ใครจะรู้ว่า บางทีถ้าเราได้รู้เรื่องทุกข์ใจของผู้อื่น เราอาจจะได้รู้ว่า เรื่องทุกข์ใจของเรานั้นเป็น

    เรื่องเล็กน้อยเพียงใด

    และสุดท้าย..

    “กำลังใจ”เป็นสิ่งที่เราสามารถมีให้กันได้อย่างง่ายๆ แต่กลับมีคุณค่าทางจิตใจต่อทั้งผู้ให้และผู้

    รับ มากมายกว่าที่เราคิด : ))

    เป็นหนังที่ถ้าได้ดูแล้วคงได้ได้ข้อคิดและความประทับใจเยอะกว่านี้มากมาย ^^

    กราบนมัสการลาเจ้าค่ะพระอาจารย์

  4. 4

    * ป่านน น ม. 4/2 เลขที่ 42 said,

    .. นมัสการค่ะ พระอาจารย์..

    // จากที่ได้อ่านบทความ ก็ได้มองถึงความทุกข์ของตัวเองค่ะ

    ว่าเรายังคงมีความทุกข์ที่สามารถเยียวยาได้เพียงเเค่เราสู้ต่อไป

    ไม่ท้อถอย และให้กำลังใจตนเองว่าจะต้องทำให้สำเร็จ

    จากการหลุดพ้น ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน

    ทั้งความผิดหวัง ความเสียใจ การสูญเสียต่างๆ ความอิจฉา ความโกรธ ฯลฯ

    หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ ป็นการสร้างกำลังใจเเละให้เเง่คิดต่างๆได้ดีทีเดียว

  5. 5

    * ป่านน น ม. 4/2 เลขที่ 25 said,

    พระอาจารย์คะ !!

    หนูเขียนเลขที่ผิดค่ะ

    ความจริงหนูเลขที่ 25 เเต่เม้นไปก่อนหน้านี้ว่า 42 ค่ะ ขอโทดนะคะ

    ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

    นมัสการลาค่ะ พระอาจารย์

  6. 6

    กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

    ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า พอมาอ่านแล้วทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้มาก

    มันอาจจะจริง ที่แค่การผันผ้าพันแผลไว้

    ไม่ได้ช่วยให้อดีตที่น่าเจ็บปวดมันหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

    แต่การที่เรารู้ว่า

    ยังมีคนอีกหลายๆคนที่อยากจะช่วยเหลือเรา

    มีหลายคนที่เสียใจและทุกข์ไปกับเรา

    มันกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้ดีที่สุด

    ผ้าพันผ้าที่ชมรมนี้นำไปพันให้

    มันไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกหายเจ็บปวดได้ก็จริง

    แต่การที่เรารู้ว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามทำบางอย่างเพื่อเรา

    มันกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและสุขใจมากกว่าการทำให้ความเจ็บปวดนั้นหายไปเสียอีก

    และการที่เราได้ลองพยายามทำบางอย่างเพื่อคนอื่น

    เหมือนกับชมรมนี้

    มันก็ทำให้เราสุขใจได้เช่นกัน

    เมื่อเราเป็นผู้รับ เราจะมีสุขเพียง1

    แต่หากเราเป็นผู้ให้ สุขนั้นจะทวีเพิ่มขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีวันจางหายไป

    กราบนมัสการลาค่ะพระอาจารย์

  7. 7

    ณัฐธิดา นฤนาทดำรงค์ ม.4/1 เลขที่ 20 said,

    ‘ตนเองคือเครื่องมือผลิตทุกข์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด!’

    จนถึงประโยคนี้ ทำให้หนูเข้าใจเลยค่ะ ว่าแท้ที่จริงแล้ว ความทุกข์ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกเสียอย่างเดียว ปัจจัยที่สำคัญ แล้วเป็นตัวตัดสิน ตัวถ่วงสภาพจิตใจของเราให้แย่ลง นั่นก็คือ ตัวเอง..

    อาจจะเป็นเพราะหนูได้เจอเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ตลอดระยะเวลา 15 ปีกว่าๆที่ผ่านมานี้ หนูได้ลองย้อนกลับไปคิดว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา มันเพราะบุคคลอื่น,สิ่งอื่นๆหรือเปล่า ที่ทำให้เราทุกข์ ง่ายๆเลยค่ะ มีดบาดเท้า.. ความเจ็บปวดที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเองนั่นแหละ คือความทุกข์ บางครั้งเวลาทะเลาะกับใคร แล้วตัวเองต้องมานั่งร้องไห้ ก็อาจเป็นเพราะ เราคิดมากไปเอง เก็บทุกอย่างมาคิดเอง ว่านี่แหละ คือสิ่งที่ฉันสมควรจะเสียใจ ทุกข์ใจมากที่สุด หารู้ไม่… ความคิดเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มันกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง แล้วกลายเป็นความทุกข์เรื้อรัง ที่ยากจะรักษาให้หาย…

    ทุกวันนี้หนูยังทุกข์อยู่เหมือนเคยค่ะ ทุกข์จากเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่เป็นเีืรื่อง ชอบเก็บเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคิด แล้วไม่ลองมองดูความสุขที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลย คิดเสียว่า ฉันนี่มีแต่ความทุกข์ แล้วมันก็ทุกข์จริงๆนั่นแหละค่ะ บางทีหนูควรจะปล่อยวางอะไรหลายๆอย่าง หัดอยู่เพียงลำพังให้เป็น อยู่กับตัวเองอย่างไรให้มีความสุข นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่หนูกำลังจะค้นหา ^^”

    ขอบคุณพระอาจารย์สำหรับภาพยนตร์ดีๆนะคะ
    ปล.หนูชอบ ซาโตมิ อิชิฮาระ มากๆเลยค่ะ น่ารักมากๆ

    กราบนมัสการลาเจ้าค่ะพระอาจารย์

  8. 8

    ณัฐธยาน์ ชาวเมือง ม.4/1 เลขที่ 19 said,

    ทุกปัญหาและความทุกข์ทุกสิ่งย่อมมีทางออก แต่อยู่ที่คนจะหาทางออก
    ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเจอไหม อาจจะเป็นการเยียวยาทั้งทางกายและใจ
    ซึ่งบางที่แค่เรื่องง่ายๆที่เราไม่คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ อาจจะเป็นหนทางที่
    ดีที่ช่วยคลายปัญหาและความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจเราได้อย่างไม่ยาก

  9. 9

    ณัฐวุฒิ พวงศิริ m.4/1 เลขที่ 21 said,

    ปัญหาบางเรื่องแค่ทำให้มันหายไปอาจจะทำให้คนบางคนรู้สึกดีขึนมาบ้างแต่ถ้ามันมีเหตุการณ์แบบเดียวกันอีกละ คนคนนั้นจะยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นมาใหม่ได้อีกเหรอ

  10. 10

    เ พล ง* //เลขที่ 33 ม.4/2 said,

    ได้ใจเลยค่า า!!

    ชอบประโยคนี้มากเลย ยที่บอกว่. า

    “ถ้าจิตใจคนเรา เยียวยาได้ด้วยอะไรโง่ ๆ แบบนี้…ชีวิตมันคงง่ายดายไปแล้ว”

    นั่นสิค่ะชีวิตเราไม่ได้ง่าย ยดายอะไรขนาดนั้นร้อ ก.
    ถูกไหมค่ะ??

    .^^.

  11. 11

    ณัฐชยา ภักดี ม.4/3 เลขที่ 14 said,

    กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

    “ถ้าจิตใจคนเรา เยียวยาได้ด้วยอะไรโง่ ๆ แบบนี้…ชีวิตมันคงง่ายดายไปแล้ว”

    คนบางคนอาจจะคิดว่า ชมรมนี้ทำอะไรที่งี่เง่า ไร้สาระ ทำไปทำไมกัน??

    แต่หนูคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นมันวิเศษมากเลย!!
    ในวันที่ใครสักคนมีความเจ็บปวดที่ยากจะให้หมอทั่วๆไปรักษา เพราะมันเป็นความเจ็บปวดทางใจ คนที่จะมองเห็นบาดแผลเหล่านั้น เขาไม่ได้ใช้ตามอง แต่ใช้ใจมองจึงเห็นบาดแผลของเขาเหล่านั้น การเยียวยาโดยการเอาผ้าพันแผลไปผูกไว้ในสถานที่ที่เกิดความเจ็บปวดอาจจะดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นในสายตาของบางคน แต่หนูว่าพวกเขาคงมีความสุขกับการทำสิ่งนั้น

    หนูก็เป็นอีกคนนึงที่เคยเจอปัญหาร้ายๆ บางทีการอยู่คนเดียวลำพังอาจช่วยได้ หนูคิดอย่างนั้นมาเสมอ พยายามไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันก็ช่วยได้แค่บรรเทาเท่านั้นเอง หนูว่า ถ้าเกิดหนูเจอปัญหาหนักๆอีก หนูคงจะเอาผ้าพันแผลไปพันสถานที่ที่เกิดความเจ็บปวดเหมือนที่พวกเขาทำ ^^

    ภาพยนตร์เรื่องนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ ชอบไอเดียของเขาจัง

    :]

  12. 12

    กีรติกา 4/1 เลขที่ 8 said,

    ความน่ากลัวที่สุดของความทุกข์ก็คือ…เราไม่รู้ว่า ตนเองคือเครื่องมือผลิตทุกข์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด!
    ู^
    ^
    ชอบประโยคนี้จัง!!

    เราไม่ควรจมอยู่กับความทุกข์ที่มีแต่จะบั่นทอนกำลังใจในการดำเนินชีวิต แต่ควรจะสู้เพื่อจะได้พบกับสิ่งทีดีกว่า โดยการหาวิธีผ่อนคลายหรือเ้ยียวยาจิตใจ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

    การเอาผ้าพันแผลไปพันก็อาจเป็นวิธีเยียวยาวิธีหนึ่งสำหรับบางคน*

    แต่ถ้ามองในอีกแง่ การเอาผ้าพันแผลไปพันก็อาจเป็นสิ่งย้ำเตือนถึงความทุกข์ในอดีตสำหรับบางคน(รวมถึงหนู)

    หนูคิดว่านะ ถ้ามีคนเอาผ้าพันแผลไปผูกทุกที่อย่างนี้ คงรุงรังกันน่าดู 55

    สร้างความเดือดร้อนให้เทศกิจ 5 55

  13. 13

    พระอาจารย์ said,

    เห็นด้วยครับ….ลำบากเทศกิจน่าดู แถวสนามหลวงหรือรัฐสภาคงมีแต่ผ้าพันแผลนะ….

  14. 14

    พิมพ์พรรณ ม.4/2 เลขที่ 34(เก่า) 35(ใหม่) said,

    ชอบประโยคที่ว่า ” ไม่มีความทุกข์ใด หนักหนาที่สุด จนไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้ ”

    เห็นด้วยเลยค่ะ แต่ก็ยังมีบางคนทุกข์จนฆ่าตัวตาย

    ทุกปัญหา มีทางแก้!

  15. 15

    ส้ม said,

    ไม่รู้ว่าทุกข์หรือเปล่า แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีใคร ไม่รู้จะพูดอะไร อธิบายไม่ถูก บางทีอยู่ๆน้ำตาก็ไหลเอง ไม่ได้เสียใจแค่เศร้าใจ


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: