บันได ๕ ขั้นสู่ชีวิตที่มีค่า..ยั่งยืนและเป็นสุข

บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน

ในแต่ละวันให้นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ

บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี

ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่า ทุกๆ คน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขา ซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคน และชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ ถ้าคุณทำเป็นนิสัย คุณจะพบว่า โลกนี้มีสิ่งที่ดีๆ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต

บันไดขั้นที่ 3 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

คือการอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตาม จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่า ในอนาคตจะต้องทำให้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น คุณต้องเลิกจดจำ หรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต เท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำๆ อีก

บันไดขั้นที่ 4 มีความหวังและเชื่อว่าอนาคตจะดีเสมอ

ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อยๆ หรือได้ยินบ่อยๆ จงนึกและบอกกับตัวเองเสมอว่า อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดกำลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว มีอารมณ์ขัน และไม่จริงจังกับชีวิตมากนัก แต่จะมีความหวังที่ดีๆ (Good Hope) อยู่เสมอ แต่อย่ามีความคาดหวัง (Expectation) กับชีวิต เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิต เรามักจะกลัว หรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวัง หรือเมื่อได้มาแล้วก็มักไม่พอใจ จึงอาจทำให้เกิดทุกข์ได้

บันได้ขั้นที่ 5 ปรับปรุงตัวเองเสมอ

โดยปรับปรุง 4 ส่วนที่มีความสำคัญต่อชีวิต คือ

1. การงาน ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัว และกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ จะทำให้มีการลงมือทำสิ่ง ใหม่ๆ ในชีวิตได้เรื่อยๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน

2. ครอบครัว จะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกันคือ ไม่อิจฉา ไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ รู้จักการให้และการอภัย มีน้ำใจ และรู้จักเกรงใจกัน

3. สังคม หมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสำคัญกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพูดจากันแบบปิยะวาจา

4. ตนเอง ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ และมีกำลังใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น

Advertisements

12 Responses so far »

  1. 1

    วิชญาดา สมฤทธิ์ ม.4/3 เลขที่ 38 said,

    ถ้าทำได้หมด นี้

    ใจคงสุขน่าดู นะคะ

    😉

  2. 2

    ชัชพิมุข ทิพยมาศโกมล ม.4/1 เลขที่ 14 said,

    หลักคำสอนมีลักษณะคล้ายกันในศาสนาคริสต์ แตกต่างกันที่คริตส์มีความเชื่อ ความหวัง และความรักในพระเจ้า ดังนั้นบันได 5 ขั้นนี้ ทำได้แน่นอน แล้วก็ทำอยู่ทุกวันอยู่แล้วครับ 🙂 เป็นกำลังใจใหุ้ทุกคนทำได้ทั้ง 5 ข้อนะครับ ถ้าทุกคนทำได้ทั้ง 5 ข้อ ไม่ใช่แค่ตัวเองมีความสุข คนรอบข้างก็มีความสุข สังคมก็มีความสุขด้วย ไม่ต้องมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเหมือนอย่างทุกวันนี้ ขอพระเจ้าอวยพระครับ

  3. 3

    นางสาว ฐานิดา ขันติ ม.4/3 เลขที่ 12 said,

    จาทำได้หมดมั้ยน้ออออออ

    แต่ยังไงก็ต้องพยายามดู

    สู้ต่อไปเรา 555+

  4. 4

    กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

    พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงการ์ตูนเรื่องหัวแตงโมเลยค่ะ

    โดยเฉพาะบันไดขั้นที่สอง

    การ์ตูนหัวแตงโมสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ

    หัวแตงโมสอนให้เราคิดแบบสบายๆ

    มองแต่ด้านดีเข้าไว้

    อย่างที่หัวแตงโมบอก

    พอหัวเป็นแตงโมแล้วมันรู้สึกสบายขึ้น

    มีแค่เนื้อแตงโมเย็นฉ่ำในเปลือกก็พอ

    เป็นแบบแตงโมแล้วคงจะมีความสุขหน้าดูเลยล่ะค่ะ

  5. 5

    ณัฐธิดา นฤนาทดำรงค์ ม.4/1 เลขที่ 20 said,

    อ่านแล้วลองย้อนกลับมาคิดถึงตัวเอง
    ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนี้ หนูคิดว่ามันเป็นเพราะ
    หนูพลาดตั้งแต่บันไดขั้นแรกแล้วล่ะค่ะ
    การมองว่าตัวเองมีค่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญ
    แต่หนูกลับไม่เคยคิดถึงมันเลย …
    คิดอย่างเดียวว่าตัวเองคงช่วยคนอื่นไม่ได้
    คงดีไม่พอ ที่เป็นปัญหาทุกวันนี้ เพราะตัวเองยังดีไม่พอจริงๆ

    คราวนี้จะลองมองตัวเองให้ดีขึ้น มองตัวให้ให้มีค่า
    แล้วหนูเชื่อค่ะ ว่าถ้าหนูทำข้อนี้ได้ บันไดขั้นต่อไป
    หนูก็ต้องทำได้เหมือนกัน ^______________^”

    ขอบคุณนะคะพระอาจารย์
    กราบนมัสการลาเจ้าค่ะ

  6. 6

    ณัฐธยาน์ ชาวเมือง ม.4/1 เลขที่ 19 said,

    สิ่งดีดีในโลกนี้มีมากมาย
    ถ้าเราสามารถมองเห็นและคิดได้แต่สิ่งดีๆ
    ทั้งหมดก็คงจะดีมิใช่น้อย(มากมากเลยแหละ)
    แต่ในโลกของความเป็นจริง ก็จะพยายามทำตาม
    ขั้นบันไดที่อ่านมา ถ้าทำได้ชีวิตคงจะมีความสุข
    มากขึ้นอย่างทวีคูณ

  7. 7

    โชษิตา สกลวสันต์ ม.4/3 เลขที่ 9 said,

    กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

    บางครั้งที่รู้สึกเหนื่อยจนทำให้รู้สึกว่าอะไรๆก็แย่ไปหมด

    แย่ทั้งตัวเอง และก็ยังมองสิ่งต่างๆแย่ตามไปด้วย

    สิ่งที่คิดคือมันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้และก็คงไม่มีทางดีขึ้นหรอก

    แต่เมื่อมาอ่านบทความนี้ทำให้ได้แง่คิดดีๆ

    ได้มองย้อนกลับไปว่าที่ผ่านมาเมื่อรู้สึกท้อแท้

    …สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้อยู่ดี

    มีแต่เราที่ตอกย้ำตัวเองให้แย่ขึ้นไปอีกและไม่รู้จักให้กำลังใจตัวเอง

    ต่อไปนี้หนูคงจะมองโลกในแง่ดีขึ้น

    ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเห็นค่าของวันเวลาและสิ่งรอบข้างมากกว่านี้

    และจะพยายามปฏิบัติตามบันได 5 ขั้นเพื่อให้ชีวิตสุขอย่างยั่งยืน

    กราบนมัสการลาเจ้าค่ะพระอาจารย์

  8. 8

    บุณยวีร์ บุญภักดี 4/1 said,

    บันได้แค่ ๕ ขั้น แต่เราก็ตกลงมาตั้งแต่ก้าวขึ้นขั้นแรกแล้ว

  9. 9

    พรชนิตว์ กิ่งแก้ว 4/4 (20) said,

    อ่านแล้วช่วยให้โล่งใจได้ขึ้นเยอะเลยค่ะ

    พยายามทำแต่ก็ยังไม่ค่อยสำเร็จ

    เพราะมักคิดว่าตัวเองทำผิดพลาดไม่อยู่ใน

    กฏเกณฑ์ที่ได้ตั้งไว้เสมอ

    ต่อไปนี้จะพยายามมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้นค่ะ

    ขอบคุณมากๆค่ะ

  10. 10

    บารมี อินทรลิบ 4/4 เลขที่ 16 said,

    กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

    เมื่อได้อ่านเรื่องบันได 5 ขั้นสู่ชีวิตที่มีค่า..ยั่งยืนและเป็นสุขแล้ว
    ทำให้ได้มองย้อนมาดูตนเองว่าได้ใช้ชีวิตอย่างมีค่าและเป็นสุขหรือยัง
    และก้ได้รู้ว่าตนเองต้องปฏิบัติให้ดีขึ้น โดยยึดแนวทางของบทความนี้

    ขอบคุณบทความที่มาช่วยเตือนอะไรหลายอย่างค่ะ
    กราบนมัสการลาค่ะ

  11. 11

    แป้ง 403 [เลขที่ใหม่ 18] ^__________^ said,

    ชีวิตของคนเราต้องค่อยๆก้าวเดิน

    เดินไปทีละก้าวๆถึงจะช้าแต่ก็มั่นคง

    ก้าวเท่าทุกก้าวอย่างมีสติ

    เราก็จะไม่ล้ม…ไม่สะดุด

    ถึงเราจะล้ม…จะสะดุด

    แต่เราก็ยังมีสติที่จะลุกขึ้นยืน

    และก้าวต่อไป….

    แต่หากเราก้าวกระโดด

    เดินไปอย่างไม่ระมัดระวัง

    เมื่อเราล้ม…เราสะดุด

    ก็อาจจะทำให้เราเจ็บหนัก

    ก็เหมือนกับบันได๕ขั้น

    ที่เราจะต้องเริ่มที่ขั้นแรก

    เริ่มที่ตัวเราเองนั่นแหละ

    จากนั้นก็ค่อยก้าวขึ้นไปยังขั้นต่อๆไปอย่างมีสติ

    ชีวิตของเราก็จะดีเอง

    ^_____________________________^ v

  12. 12

    ภัทรภร เฮ้าพรม ม.4/1 เลขที่ 40 said,

    จริงๆ บันไดขั้นแรกเป็นขั้นที่ยากที่สุดค่ะ
    เพราะจะมีสักกี่คนที่รู้สึกว่าตัวเองดีมีค่าในแบบที่ควรจะเป็น
    อย่างหนูเอง ก็ยังไม่เห็นว่าตัวเองมีอะไรดี อาจจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าคะ
    ที่เราอยู่ท่ามกลางคนที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือดีกว่าเรา ทำให้เข็มความคิดเบนไปในด้านนั้น
    คนเรามีมาตรฐานการมองไม่เหมือนกัน เพื่อนๆอาจบอกว่าเราดีแล้ว แต่ตัวเราอาจจะยังคิดว่าวันนี้ยังทำไม่ดีพอนะ

    แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราทำวันนี้ให้ดียิ่งขึ้น แม้จะยังไม่รู้ว่าต้องทำไปทำไม ทำเพื่อใคร แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเวลานี้ไม่ใช่หรือคะ?


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: